UFABETWIN เอก เฟอร์รารี่ นักสะสมโมเดลรถที่ไม่ลึกเรื่องรถ แต่หวังยกระดับวงการรถเหล็กไทยสู่แนวหน้าเอเชีย

UFABETWIN

“ผมพยายามพรีเซนต์รถโมเดลที่ผมเก็บให้คนทั่วไปไม่มองว่ามันคือของเล่นสำหรับเด็ก อยากให้ทุกคนมองว่ามันคือของสะสม มันเป็นของที่เสริมสร้างจินตนาการของคนที่มีความชอบเกี่ยวกับรถแต่ไม่สามารถที่จะครอบครองรถจริงได้”

ภาพลักษณ์ของรถเหล็กอาจจะไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับเด็กเสมอไป แต่ยังถูกพัฒนามาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ และ เอก สัญชัย ธรรมศาสตร์สิทธิ์ หรือ เอก เฟอร์รารี่ ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ความสวยงามของรถเหล็กประเภทนี้ จนได้ก้าวเข้ามาสู่วงการนักสะสมเต็มตัว

รถทุกคันที่เขาได้มาสร้างความภาคภูมิใจให้กับเขา ไม่ใช่แค่การสะสม แต่นั่นคือความภาคภูมิใจที่เขาสามารถหารถเหล่านี้ มาครอบครองได้ด้วยตัวเขาเอง ทั้งหมดค่อย ๆ หล่อหลอมความเป็นตัวตนของเขาเข้าไปอยู่ในรถเหล็กทุกคันที่ได้มา

Main Stand ได้ร่วมพูดคุยและสัมภาษณ์เรื่องราวการเก็บสะสมรถเหล็กมาตลอด 20 ปี จากคนที่ไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์ จนก้าวเข้ามาเป็นนักสะสม และท้ายที่สุดกลายเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานรถเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่เหล่านักสะสมได้รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

ความหลงใหลจากคนไม่รู้เรื่องรถ

การเริ่มต้นเก็บสะสมรถเหล็ก  ของนักสะสมหลาย ๆ คน อาจจะต้องเกิดจากแรงบันดาลใจในความชื่นชอบรถยนต์ รวมถึงการมีภาพจำในวัยเด็กเกี่ยวกับรถรุ่นนั้น ๆ เพื่อที่จะต่อยอดในเรื่องการสะสม

แต่เมื่อได้พูดคุยกับ เอก สัญชัย ธรรมศาสตร์สิทธิ์ ถึงเรื่องราวและจุดเริ่มต้นของการเก็บสะสม กำแพงความคิดเหล่านี้ก็ได้พังลงไป

 

 

“ผมไม่มีความรู้เรื่องรถเลย แล้วก็ไม่ได้ชอบรถขนาดนั้น แต่ชอบตรงที่ดีไซน์การออกแบบ ซึ่งผมจบกราฟิกดีไซน์จากออสเตรเลีย จึงชอบการออกแบบมากกว่าเรื่องของเครื่องยนต์”

การออกแบบของโมเดลรถมีความสวยงามไม่ต่างจากรถยนต์คันจริง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามสร้างรายละเอียดให้ออกมาเหมือนกับรถยนต์คันจริงมากที่สุดอย่างเช่นแบรนด์

หากมองลักษณะภายนอกแบบผิวเผินของทั้ง รถของเล่น หลาย ๆ คนอาจมองว่านี่ก็คือรถเหมือนกันไม่ได้มีความแตกต่างอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วรถสองประเภทกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งการใช้งาน เสริมสร้างพัฒนาการหรือรายละเอียดของตัวรถ และที่สำคญคือเรื่องของราคา

“ในยุคนั้นรถโมเดลขนาด 1:18 ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเป็นรถทามิย่า ที่จะต้องมานั่งขัดพ่นสีและประกอบ ซึ่งเป็นรถที่คุณต้องสร้างขึ้นมา ผมรู้สึกว่าไม่ได้มีเวลามานั่งประกอบขนาดนั้น”

“จนกระทั่งกำลังจะไปออสเตรเลีย เครื่องบินมาจอดที่สิงคโปร์ ผมได้ไปเดินเล่นที่ (ร้านขายของเล่นชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา) แล้วเดินมาเจอกับโมเดลรถขนาด 1:18 ที่ประกอบมาจากโรงงาน มันสวยมากทั้งเปิดฝากระโปรงได้ เปิดประตูได้ ตั้งโชว์อยู่ เลยอยากได้ ก็ซื้อมา 4 คัน”

 

เอกเล่าย้อนถึงความทรงจำเมื่อ 20 ปีที่แล้วถึงจุดเริ่มต้นของการรู้จักรถโมเดล และเริ่มซื้อรถเหล่านี้มาไว้ในครอบครอง ซึ่งตอนนั้นเอกซื้อเพียงเพราะความสวยงามและสะดุดตาเท่านั้น อย่างไรก็ตามได้มีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เอกได้เข้าสู่วงการสะสมแบบเต็มตัว นั่นคือการมีครอบครัว

 

“ตอนนั้นเล่นเครื่องเสียงโฮมเธียร์เตอร์ แต่พอมีครอบครัวมีลูกแล้ว เครื่องเสียงก็เปิดไม่ได้เพราะลูกเราต้องพักผ่อน เราก็เลยเลิกสะสม มีอยู่วันหนึ่งได้มาเดินเล่นที่จตุจักร แล้วมาเจอกับร้านนำเข้ารถโมเดลจากต่างประเทศ”

“ร้านนี้มีโมเดลรถเฟอร์รารี่เรียงตั้งโชว์เป็น 3 แถวอยู่หน้าร้าน ซึ่งตอนนั้นเราสะดุดในความสวยของรถรุ่นนี้ ก็เลยยืนดูอยู่สักพักจนเกิดแรงบันดาลใจให้ต้องเก็บสะสม”

“หลังจากซื้อรถโมเดลมา มีรุ่นน้องอยู่คนหนึ่งเขาสร้างเว็บไซต์เพื่อส่งอาจารย์เกี่ยวกับโมเดลรถ ผมก็ได้เข้าไปเล่น เราก็โพสต์รูปรถเฟอร์รารี่ที่เราชอบทุกวัน จนหลาย ๆ คนมีภาพจำและเรียกเราว่า เอก เฟอร์รารี่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

 

 

นอกจากเรื่องราวของการก้าวเข้ามาในวงการนักสะสมจากความบังเอิญ ที่เริ่มจากการเห็นความสวยงามของ เฟอร์รารี่ รถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี เอกยังได้เล่าย้อนถึงที่มาของชื่อ เอก เฟอร์รารี่ ที่ผู้คนในวงการส่วนใหญ่รู้จัก

ในขณะที่เอกพาเราเดินชมตู้สะสมรถเฟอร์รารี่ที่จอดโชว์อย่างสง่างาม เขาก็ได้เปิดตู้และหยิบรถหนึ่งคันออกมา ซึ่งในความคิดที่ได้เห็นรถคันนี้ ราคาจะต้องอยู่ในระดับหลักพันหรือหลักหมื่นอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่เช่นนั้น เพราะนี่คือรถบังคับที่เอกซื้อมาในราคา 750 บาท

“รถพวกนี้ไม่ว่าจะถูกหรือแพงแต่ถ้าเราโชว์ในที่ของมันหรือที่ที่ควรจะอยู่มันจะดูมีคุณค่าทันที ซึ่งรถที่ผมซื้อมาก็มีทั้งรถของเล่นเด็ก รถบังคับ ซึ่งถ้าวางเทียบกับคอลเล็กชั่นที่สะสมบางคนอาจจะมองไม่ทราบเลยว่านี่คือรถของเล่น บางทีรถคันละหลักหมื่นก็ไม่จำเป็นถ้ามันไม่ได้โชว์ความสวยงาม”

จากรถใหญ่สู่รถเล็ก

แม้ว่ารถโมเดลจะเป็นเพียงสินค้าที่นำมาจัดแสงและโชว์เพื่อความสวยงาม แต่หากไม่ได้รับการดูแลความสวยงามก็อาจจะอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งรถโมเดลขนาด 1:18 ในอดีตถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะ ก่อนที่จะมีการสร้างจากวัสดุเรซิ่น

ทั้งหมดจึงต้องได้รับการดูแลจากนักสะสมเป็นพิเศษ ทั้งการขัดเงา เคลือบแลคเกอร์ และเก็บให้พ้นจากที่อุณหภูมิสูง เพื่อป้องกันการชำรุดของสี ซึ่งตลอดระยะการเก็บสะสมรถขนาด 1:18 ของเอกที่นานกว่า 10 ปี รถเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการดูแลเท่าที่ควร ทำให้ปัญหาต่าง ๆ เริ่มเกิดขึ้นกับรถที่สะสมไว้

 

UFABETWIN

 

“พอเก็บไปเรื่อย ๆ มันเริ่มไม่มีพื้นที่ เริ่มเห็นรถมันพัง ทั้งสีแตกหรือสีปูด เลยคิดได้ว่าถ้าเก็บไปแล้วรถมันยิ่งพังจะเก็บไปทำไม เลยเลือกเก็บเฉพาะสเกล 1:18 บางรุ่นที่เราชอบ เหลือไว้แค่ ลัมโบร์กินี เฟอร์รารี่ และ ปอร์เช่”

“แต่มีอยู่วันหนึ่งรุ่นพี่ที่เก็บรถสเกลเล็ก (1:64) ได้ชวนไปมีตติ้งที่บ้านของเขา พอเข้าไปในบ้านก็ได้เห็นรถตั้งโชว์เยอะมาก ซึ่งในชีวิตเราไม่เคยเห็นรถเยอะขนาดนี้มาก่อน จนทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเก็บรถเล็ก เราก็พยายามหาเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเก็บ ไม่ว่าจะเป็นขนาด ราคา หรือการดูแลที่ง่าย จริง ๆ แล้วเหตุผลมันมีเยอะมาก”

 

น้ำเสียงของเอกที่บรรยายออกมานั้นสื่อถึงทั้งความตื่นเต้นและประทับใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น พาให้เราคล้อยตามไปถึงภาพบรรยากาศในวันวานเช่นเดียวกัน และเชื่อว่าความรู้สึกของเขาในตอนนั้นคงไม่ต่างกับความรู้สึกของเราที่ได้รับชมรถสะสมของเอกในห้องต่าง ๆ ที่เก็บสะสมมาตลอด 20 ปี

“เหมือนเราเสพติดมากกว่า ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เก็บสะสมก็เป็นเหมือนกัน ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดการซื้อสะสมมาเรื่อย ๆ”

เราถามเอกเพิ่มเติมว่า เมื่อชื่นชอบความความสวยงามของรถยนต์ ทำไมถึงไม่ซื้อรถคันจริงไว้เลยล่ะ ?

“ผมมองว่ามันไม่เหมือนกัน เพราะว่ามีรถจริงคันเดียวกับมีรถ 1,000 คันความสุขมันไม่เหมือนกัน”

“ชีวิตนึงใครจะมีรถจริงได้ 1,000 คัน ต่อให้รวยจริงก็แค่ 3 คัน แต่ถ้าคุณสะสมรถเหล็ก คุณสามารถมีรถในฝันได้เป็นร้อยเป็นพันคัน ได้ทุกสี ได้ทุกขนาดที่คุณต้องการ แต่ถ้าเป็นรถที่อยากได้จริง ๆ ก็คือคันนี้ มันเป็นรถที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่ มีดูมีสะโพก มีครีบ คือมันสวยมาก” เอก กล่าว

 

 

การไปมีตติ้งเยี่ยมชมบ้านรุ่นพี่คนดังกล่าวทำให้เอกได้ปรับเปลี่ยนมุมมองของการเก็บสะสมรถและเห็นถึงข้อดีสำหรับรถขนาดเล็ก จึงหันมาเอาจริงเอาจังกับการสะสมรถประเภทนี้

ตั้งแต่หันมาเก็บสะสมรถเล็ก จำนวนของคอลเล็กชั่นรถก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเอกได้แยกประเภทของรถไว้ตามมุมห้องต่าง ๆ ทั้งรถอเมริกัน, รถคลาสสิก, รถแข่ง, รถจากคอลเล็กชั่นภาพยนตร์  และอีกมากมายที่เราไม่สามารถอธิบายได้หมด

ทีมงานเดินชมคอลเล็กชั่นของเอกจนไปสะดุดตากับคอลเล็กชั่นสำนักแต่งรถชื่อดัง ที่ตั้งโชว์อย่างโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์สีเหลืองคู่กับมาสคอ์ต Rat Fink ตั้งโชว์อยู่ในตู้ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่เอกชื่นชอบและใส่ใจกับการเก็บสะสมมากเป็นพิเศษ

เรื่องราวของการสะสมคอลเล็กชั่น ก็เป็นอีกหนึ่งความบังเอิญที่เอกได้พบเช่นกัน

 

“ตอนนั้นประเทศไทยมีการจัดงาน และเราก็ได้ไปเห็นรถที่โมดิฟายเครื่องยนต์และเปิดฝากระโปรงโชว์เครื่อง ซึ่งรถคันนั้นมี Mooneyes เป็นสปอนเซอร์ เราเลยเกิดความรู้สึกชอบแค่เพียงการออกแบบโลโก้ที่ง่าย ๆ แต่ทำให้สะดุดตา”

“เหตุผลอีกอย่างที่เลือกเก็บเพราะว่ารถ มีราคาแพง เวลามีคนลงขายจะมีคนแย่งกันซื้อ มันทำให้เราคิดถูกที่เลือกเก็บและหลงรักมัน เพราะว่ามีคนเห็นคุณค่าของมันเยอะมาก แล้วถ้าวันหนึ่งเราเบื่อหรืออยากขายมันก็ขายออกได้ง่าย มันไม่ไร้ค่า และมีมูลค่าในอนาคตแน่ ๆ”

“แต่ผมไม่ได้หวังหาเงินหรือรวยจากตรงนี้นะ เพราะว่าผมไม่ได้คิดเรื่องที่จะเก็บไว้ขายที่เกี่ยวกับธุรกิจอยู่แล้ว แค่ขายเฟอร์นิเจอร์ก็พอแล้ว แต่เพราะผมชอบเลยทำให้เก็บสะสม แค่นั้นจริง ๆ”

และบางครั้งความบังเอิญก็ทำให้คนหลงรักอะไรบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ

ยกระดับวงการ

อย่างที่เคยกล่าวไว้ข้างต้น เอกไม่ได้มีความรู้เรื่องรถยนต์เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นของรถหรือเครื่องยนต์ แต่ปัจจุบันเอกกลายเป็นคนที่มีความรู้เรื่องของรถยนต์มากขึ้นจากการซื้อรถหลากหลายประเภทมาสะสมและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ที่ชื่นชอบการเก็บสะสมเหมือนกัน

 

UFABETWIN

 

“ผมเลือกเก็บเพื่อศึกษา ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นไหนผมมีหมด สาเหตุที่เก็บเพื่อที่จะหาความรู้มาแลกเปลี่ยนไม่ใช่แค่การเก็บสะสมเพียงอย่างเดียว ผมจะได้ความรู้จากคนที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมเยอะมาก ๆ นี่คือส่วนหนึ่งที่ได้จากการเก็บสะสม”

เอกสะสมประสบการณ์และเก็บเกี่ยวความรู้จากการที่มีนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมและพูดคุย แต่สิ่งหนึ่งที่เอกได้เล็งเห็นคือวงการสะสมรถเหล็กในประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร

กระทั่งวันหนึ่งได้มีการจัดมีตติ้งเล็ก ๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสะสมรถโมเดล โดยการจัดงานครั้งนี้เอกได้เผยแพร่ลงบนโซเชียลมีเดีย จนนักสะสมอีกหลาย ๆ คนทราบเรื่องราวและอยากเดินทางมาร่วมงานในครั้งถัดไป

“จุดเริ่มต้นเกิดจากการจัดมีตติ้งเล็ก ๆ ที่บ้านพี่คนหนึ่งในวงการ ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกของงาน ครั้งที่ 1 เราก็มีการถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กจนเกิดความสนใจจากนักสะสมอีกหลาย ๆ คน จาก 7 คนมาเป็น 15 เพิ่มขึ้นเป็น 30 และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนเราต้องย้ายสถานที่จัดงาน จากบ้านมาเป็นร้านอาหาร จนมาเป็นโรงประชุม”

การจัดงานได้รับความนิยมอย่างมาก เอกได้นำประสบการณ์จากการเยี่ยมชมงานโมเดลรถจากต่างประเทศมาปรับใช้ ทำให้ภาพลักษณ์ของงานมีมาตรฐาน

“ปัจจุบันงาน SDC ของเราเทียบเท่ากับงานโชว์รถของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาหรือการจัดงาน เรานำมาตรฐานจากงานนี้มาใช้ เราพยายามนำประสบการณ์จากงานโชว์รถทั่วโลกมาปรับใช้และพัฒนา ทำให้ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียหรืออินโดนีเซียที่สะสมรถโมเดลก็มาที่งานของเรา”

“ล่าสุดเราเตรียมจะจัดงานที่มาบุญครอง ในวันที่ 3 และ 4 กันยายน ซึ่งนี่เป็นงานครั้งที่ 39 เราเริ่มจากจัดงานกันเอง จนวันนี้มีสปอนเซอร์เข้ามามากมาย”

 

 

นี่เป็นอีกหนึ่งความต้องการที่เอกพยายามจะยกระดับวงการสะสมในไทยให้มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับของประเทศมาเลเซียและอินโดนิเซีย ซึ่งตอนนี้วงการสะสมของไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชียเป็นที่เรียบร้อย

และนักสะสมจากทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนิเซีย ที่โด่งดังในเรื่องการสะสมรถโมเดลต่างก็หลั่งไหลมาที่งานนี้เช่นกัน เพราะว่างานที่ประเทศไทยก็ยิ่งใหญ่และมีมาตรฐานระดับสากลจนมีผู้เข้าร่วมงานหลายพันคน

สุดท้ายก็แค่สะสม ?

การซื้อรถสะสมในตอนนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าในอดีต ในโลกโซเชียลจะมีกลุ่มซื้อขายของเล่นโดยเฉพาะ แตกต่างจากในอดีตที่จะมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งความสุขและความสนุกของการซื้อรถเหล่านี้ก็คือการแย่งกันภายในกลุ่มหรือใต้โพสต์ชนิดที่ว่าแพ้ชนะกันด้วยเสี้ยววินาที

 

เอกก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกซื้อรถโมเดลจากกลุ่มในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเขาพยายามอธิบายให้เราเข้าใจว่าถึงแม้เขาเองจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงของวงการ แต่เขาก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่สามารถเลือกซื้อรถสวย ๆ หรือรถหายากได้ก่อนคนอื่น ความภูมิใจจึงอยู่ที่การใส่แพชชั่นลงไปในรถทุกคนที่เขาอยากได้ และแย่งกับนักสะสมคนอื่น ๆ จนได้มาเป็นเจ้าของ

“ส่วนใหญ่แล้วผมก็ซื้อรถมาจากกลุ่มเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ผมกลับสนุกมากกว่า เหมือนทุกคนต่างแย่งรถคันนี้ แต่เราเป็นคนแรกที่จองรถคันนี้ มันดูสะใจดี”

รถทุกคันที่เอกซื้อมาจะมีเรื่องราวและสตอรี่ที่ทำให้ต้องเก็บสะสม แต่เรื่องราวความสนุกอาจจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และมันทำให้มีหนึ่งคำถามที่วิ่งเข้ามาในหัวของเราว่าการเก็บสะสมรถโมเดลของ เอก เฟอร์รารี่ ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด และสุดท้ายแล้ว ถ้าวันหนึ่งตัวเขาเองไม่ได้เก็บแล้วจะทำอย่างไรรถเหล่านี้ ?

 

“เอาจริง ๆ ครอบครัวของผมไม่ได้มีใครอินกับรถพวกนี้เลย ทั้งภรรยาและลูกชายของผม เหมือนกับพวกเขาเห็นรถที่ผมเก็บสะสมมาตั้งแต่ยังเด็กเลยไม่ค่อยอิน ก็เหมือนกับผมที่คุณพ่อเก็บสะสมเหรียญแต่ผมก็ไม่ได้อิน”

“ถ้าวันนึงผมเป็นอะไรขึ้นมา รถพวกนี้ก็อาจเป็นภาระ”

“สุดท้ายแล้วรถพวกนี้บางส่วนก็คงบอกให้ภรรยาขายให้กับนักสะสมคนอื่น แต่ว่าก็อาจจะมีเก็บไว้บ้างเพราะมันคือความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเราเคยเก็บสะสมจนสร้างตัวตนให้กับเรา” เอก กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรารู้สึกได้ว่าเขามีความรักและความผูกพันต่อรถสะสมเหล่านี้

 

ท้ายที่สุดแล้วเอกก็ยังยืนยันที่จะเก็บรถเหล่านี้ต่อไป เขาเองยังมีความรักในวงการนี้ และพยายามที่จะถ่ายทอดประสบการณ์รวมถึงความรู้ให้กับนักสะสมรุ่นต่อไป

“ด้วยความที่อยู่ในวงการมันคงจะเป็นเรื่องยากที่จะให้ผมเลิกสะสม บางครั้งก็จะมีคนที่เพิ่งเริ่มเก็บสะสมทักมาถามว่า พี่เก็บสะสมอย่างไร พวกเขามองเราเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของวงการ จากประสบการณ์ 20 ปีมันทำให้ผมยังต้องสะสมและคอยให้ความรู้กับพวกเขาต่อไปเรื่อย ๆ ” เอก กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่น

UFABETWIN

UFABETWIN สาวพรหมจารี ที่แพงที่สุดสี่คนของฤดูร้อนนี้มีอาการต่อต้านอังกฤษมาก่อนอย่างไร

UFABETWIN

UFABETWIN สาวพรหมจารี ที่แพงที่สุดสี่คนของฤดูร้อนนี้มีอาการต่อต้านอังกฤษมาก่อนอย่างไร

UFABETWIN มีความน่าสนใจว่าการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์ที่ยังไม่ได้เล่นในอังกฤษจะเกิดขึ้นที่นี่ นี่อาจเป็นข้อบ่งชี้บางอย่างสิ่งนี้เขียนขึ้นก่อนที่อเล็กซานเดอร์ อิซัคจะประเดิมสนามให้นิวคาสเซิลกับลิเวอร์พูล และลูคัส

ปาเกต้าลงเล่นในเกมกับสเปอร์ส และผมไม่สามารถวางอาวุธให้เปลี่ยนแปลงส่วนเหล่านั้นได้ ดังนั้นโปรดส่งคำร้องเรียนของคุณไปยังตำรวจท้องถิ่นของคุณแอนโทนี่

เคยเจอ : ลิเวอร์พูล (รอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก 1 ธันวาคม 2020)
ผลการแข่งขัน : ลิเวอร์พูล 1 (โจนส์) อาแจ็กซ์ 0
สถิติ : สองนัด (เข้าประตูหนึ่งนัด), จ่ายสองคีย์, เลี้ยงบอลหนึ่ง
ครั้ง คู่แข่งโดยตรง : แอนดี้ โรเบิร์ตสัน

อย่างไรก็ตาม แอนโทนีกลับพบว่าตัวเองแพ้ให้กับลิเวอร์พูลที่ได้รับบาดเจ็บ ประเดิมสนามในเกมยุโรปของเขาให้กับหงส์แดง และทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยมจากลูกโหม่งของ “นักเตะที่น่ารัก” ตามคำบอกของ ในขณะเดียวกันก็เก็บครึ่งแรก

จากบราซิลไว้ได้เคอร์ติส โจนส์ทำประตูเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดพลาดอย่างเห็นได้ชัดจากผู้รักษาประตู อังเดร โอนาน่า ขณะที่แอนโทนี, อีริค เทน แฮก และลิซานโดร มาร์ติเนซออกจากเมอร์ซีย์ไซด์โดยไม่แพ้ใคร อันดับที่สามในกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีก

และต่อมาในยูโรป้าลีกทั้งสองเกมสร้างความประทับใจให้กับเยอร์เก้น คล็อปป์ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถูกกล่าวว่าติดตาม “ไอ้โง่” ด้วยราคาต่ำกว่า 34 ล้านปอนด์เมื่อต้นปีนี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องเพิ่มเป็นสองเท่าและเพิ่มมากขึ้น

เผชิญหน้า : แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (ยูโรปาลีก รอบ 32, 2020/21)
ผลลัพธ์ : เรอัล โซเซียดาด 0 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 4 (เฟอร์นันเดส x2, แรชฟอร์ด, เจมส์); แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0 เรอัล โซเซียดาด 0
สถิติ : หนึ่งช็อต (เข้ากรอบ), จ่ายบอลครั้งเดียว, เลี้ยงบอลเป็นศูนย์ใน 125 นาทีในสองขานิวคาสเซิ่ลหวังว่า อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะได้เรียนรู้อะไรมากมายตั้งแต่เล่นให้เรอัล โซเซียดาดเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-0 ในเกมยูโรป้าลีก 5-0 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564

ชาวสวีเดนเล่นได้ดีพอๆ กับทีมของเขาในการฟาดฟันในเลกแรก แต่นัดที่สองไม่ดีขึ้นเลย ได้สัมผัสเก้าครั้งและผ่านบอลครบ 2 ครั้งก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวในครึ่งแรกจากการเสมอที่ แบบไร้สกอร์“ฝีเท้าของอเล็กซานเดอร์ อิซัคเป็นบททดสอบต่อไปของยูไนเต็ด

และโดยเฉพาะเอริค ไบญี่ และกองหลังตัวกลางแสดงฝีเท้าที่ดีในการเลี้ยงบอลภายใต้การควบคุมของเขา” เจมี่ แจ็คสันเขียนในรายงานการแข่งขันในเกมหลัง การเซ็นสัญญาของนิวคาสเซิ่ลต้องโล่งใจอย่างไม่น่าเชื่อที่กองหลังย้ายไปมาร์กเซยในช่วงซัมเมอร์นี้

UFABETWIN

หนึ่งในจุดประกายที่สดใสสำหรับอาแจ็กซ์ในการต่อสู้กับแชมป์พรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ที่ว่างเปล่า

เผชิญหน้า : เวสต์แฮม (ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ, 2021/22)
ผลลัพธ์ : เวสต์แฮม 1 (โบเวน) ลียง 1 (เอ็นดอมเบเล่); ลียง 0 เวสต์แฮม 3 (ดอว์สัน, ไรซ์, โบเวน)
สถิติ : เจ็ดนัด (เข้ากรอบสองนัด), การจ่ายบอลสามครั้ง, เลี้ยงบอลสามครั้งและสัมผัส 100 ครั้งในเลกแรก; หนึ่งคีย์ผ่าน 50 ทัชและหนึ่งเลี้ยงบอลแทนครึ่งแรกในวินาที

เดวิด มอยส์ตั้งข้อสังเกตว่าการซื้อสถิติสโมสรของลูคัส ปาเกต้า “ได้รับความสนใจจากเราจริงๆ” ระหว่างเกมยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศของเวสต์แฮมกับลียง “เขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่น เป็นผู้เปลี่ยนเกมสำหรับพวกเขา” เขากล่าวเสริม “เราไม่คิดว่าเขาจะว่าง”

มันเป็นการแสดงในเลกแรกอย่างท่วมท้นโดยเฉพาะจากชาวบราซิลที่ อธิบายว่า ‘ดำเนินการคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อหน้าเป้าหมาย’ ในขณะที่ลียงได้รับเสมอ ปาเกต้ามีอิทธิพลน้อยกว่าในเลกที่กลับมา

โดยต้องนั่งสำรองในครึ่งแรกแม้จะทดสอบเป็นบวกในช่วงเช้าของการแข่งขัน โดยมีผลลบตามมาทั้งบ่ายวันนั้นจากกระแสด้านข้างแบบเก่าและในตอนเย็นในสนาม

เขายังยืนยันการอนุมัติอย่างเป็นทางการของลีกของเราจากคลินตัน มอร์ริสันซึ่งกล่าวว่า:

“ปาเกต้าเป็นคนต่อไปที่จะมาที่นี่ นิวคาสเซิ่ลรับกิมาไรส์และเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ แต่ฉันคิดว่าปาเกต้าเป็นพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ และเขาสามารถมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อย่างง่ายดาย”

ฟาบิโอ วิเอร่า เคยเผชิญหน้า : ลิเวอร์พูล (แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม, 2021/22), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม (2020/21), เชลซี (แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ, 2020/21)

ปอร์โต้ 1 (ทาเรมี) ลิเวอร์พูล 5 (ซาลาห์ x2, เฟอร์มิโน่ x2, มาเน่)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 (อเกวโร่, กุนโดกัน, ตอร์เรส) ปอร์โต้ 1 (ดิแอซ); ปอร์โต้ 0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0
ปอร์โต้ 0 เชลซี 2 (เมาท์, ชิลเวลล์); เชลซี 0 ปอร์โต้ 1 (ทาเรมี)
สถิติ : จ่ายสองคีย์, เลี้ยงสี่ครั้ง และจ่ายบอลแม่นยำ 93.9% ใน 169 นาทีรวม (นัดเดียว)
อาการบาดเจ็บและขาดช่วงปรีซีซั่นมีส่วนทำให้การรอคอยของฟาบิโอ วิเอร่ายืดเยื้อเพื่อประเดิมสนามกับอาร์เซนอล แต่นักเตะวัย 22 ปีรายนี้มีความรอบรู้ในการเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านในอังกฤษ

ในช่วงสองฤดูกาลเต็มที่ผ่านมา วิเอร่าเล่นกับลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ซึ่งมักจะแพ้ความพยายาม ทว่ามิดฟิลด์รายนี้ก็มีช่วงเวลาของเขา เช่น การทำแอสซิสต์ให้เมห์ดี้ ทาเรมี่ในเกมกับลิเวอร์พูลเมื่อเดือนกันยายนที่แล้ว

วิเอร่าเรียนรู้มากมายจากการลงเล่นร่วมกับหงส์แดง ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็น “หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก กับนักเตะที่ดีที่สุดในโลก”

เช่นเดียวกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ยังคงจับตาดูชาวโปรตุเกสก่อนที่เขาจะย้ายไป เขาน่าจะปฏิเสธทั้งคู่ด้วยความหวังว่าจะได้รับตำแหน่งจริง ๆ

UFABETWIN

UFABETWIN จามาร์คัส รัสเซลล์ : ดราฟต์อันดับ 1 สุดล้มเหลวที่เปลี่ยน NFL ไปตลอดกาล

UFABETWIN

หากพูดถึงหนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่ได้รับการจับตามองในทุกปีโดยเฉพาะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือการดราฟต์ผู้เล่นหน้าใหม่ของ NFL อันเป็นช่วงเวลาที่แฟนอเมริกันฟุตบอลจะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอีเวนต์นี้สามารถชี้ชะตาอนาคตของแต่ล่ะทีมได้ว่าจะผงาดเป็นทีมลุ้นแชมป์หรือกลายเป็นดาวดับที่ไร้ความหวัง

ในการดราฟต์ทุกปีคงไม่มีผู้เล่นคนไหนที่จะได้รับการคาดหวังมากไปกว่าผู้เล่นที่ถูกดราฟต์เป็นคนแรก เพราะนอกจากจะหมายความว่าถูกมองในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดของแต่ละปีแล้ว หลายคนยังสามารถพลิกชะตาของทีมได้จริง ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เอลเวย์, ทรอย เอ็คแมน, เพย์ตัน แมนนิ่ง หรือ โจ เบอร์โรว์

แต่ก็มีผู้เล่นดราฟต์อันดับ 1 หลายคนที่มีผลงานล้มเหลวไม่สมกับราคาที่ถูกคาดหวังไว้ และไม่มีใครล้มเหลวไปมากกว่า จามาร์คัส รัสเซลล์ ดราฟต์อันดับ 1 ของ  ในปี 2007 ที่พังไม่เป็นท่า จน  ต้องแก้กฎบางอย่างจากความพินาศของผู้เล่นรายนี้

 

นี่คือเรื่องราวของควอเตอร์แบ็กที่ถูกคาดการณ์ว่า มีความสามารถในระดับ  แต่กลับจบลงในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NFL

ยอดควอเตอร์แบ็กอนาคตไกล

จามาร์คัส รัสเซลล์ คือเด็กหนุ่มผิวดำชาวสหรัฐอเมริกา จากรัฐอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ทางด้านร่างกายตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยรูปร่างสูงใหญ่กว่านักกีฬาปกติ ทำให้โอกาสในการเล่นกีฬายอดนิยมของประเทศอย่างอเมริกันฟุตบอลได้เข้ามาหาเขา และรัสเซลล์ก็เลือกเล่นในตำแหน่งที่สำคัญที่สุดอย่าง ควอเตอร์แบ็ก

 

ด้วยอายุเพียงแค่ 17 ปี รัสเซลล์สูงถึง 190 เซนติเมตร ที่ทำให้เขาได้เปรียบอย่างมากในการเล่นอเมริกันฟุตบอล ในฐานะควอเตอร์แบ็กความสูงของเขาทำให้การขว้างบอลเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของพลังแขนที่เกินอายุ ไหนจะความสูงที่ช่วยให้เขาส่งบอลไปได้ไกลกว่าผู้เล่นรุ่นอายุเดียวกันทั่วไป

 

ด้วยผลงาน 62 ทัชดาวน์จากการขว้างในระดับมัธยมปลาย ทำให้ จามาร์คัส รัสเซลล์ ได้รับเกรด 5 ดาวจากการประเมินผู้เล่นในระดับมัธยมของสหรัฐฯ และด้วยความคาดหวังที่สูงทำให้รัสเซลล์ได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านอเมริกันฟุตบอล

ในตอนแรกรัสเซลล์ไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีนักกับการเล่นอเมริกันฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัย เพราะในปีแรกเขาต้องนั่งเป็นแค่ตัวสำรองของทีม และแม้จะทำได้ 9 ทัชดาวน์จากการเล่น แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์การขว้างบอลที่แม่นยำเพียง 50.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่สถิติที่ดีนักสำหรับผู้เล่นตำแหน่งควอเตอร์แบ็ก

อย่างไรก็ตามในการเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 2 จามาร์คัส รัสเซลล์ ได้รับโอกาสให้ขึ้นเป็นจอมทัพตัวจริงของ LSU และเขาแสดงพัฒนาการที่ชัดเจนกับเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในการขว้างบอลที่เพิ่มเป็น 60.5 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่รัสเซลล์จะมาแจ้งเกิดสุด ๆ ในช่วงชั้นปีที่ 3 กับการทำ 28 ทัชดาวน์ พร้อมกับคว้ารางวัล Manning Award ประจำปี 2006 ที่จะมอบให้กับควอเตอร์แบ็กในระดับมหาวิทยาลัยที่มีผลงานที่โดดเด่นที่สุดประจำปี

ผลงานในการเล่นของรัสเซลล์ถือว่าไม่ธรรมดา แต่ที่วงการอเมริกันฟุตบอลตื่นเต้นกับควอเตอร์แบ็กรายนี้มากกว่าคือคุณสมบัติของการเป็นผู้นำในสนาม รวมถึงจิตวิญญาณของการเป็นผู้ชนะในตัวผู้เล่นรายนี้

สำหรับกีฬาอเมริกันฟุตบอล หากแต่ล่ะทีมอยากจะพลิกชะตาจากความพ่ายแพ้กลับมาเป็นผู้ชนะ คนที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงคือควอเตอร์แบ็ก ในฐานะผู้เล่นเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ถือบอลทุกโอกาสในการเล่นเกมบุกของทีม ดังนั้นหากมีควอเตอร์แบ็กที่ดีนั่นหมายความว่าทีมยิ่งมีโอกาสชนะมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับ จามาร์คัส รัสเซลล์ ตลอดสองปีที่เป็นผู้เล่นตัวจริงของ เขาพาทีมชนะในฤดูกาลปกติถึง 20 เกม และแพ้แค่ 3 ครั้ง แถมพาทีมพลิกสถานการณ์จากเกมที่ตามหลังกลายเป็นฝ่ายชนะอีกหลายเกม

ทำให้หลายฝ่ายในลีก NFL ต่างมองเห็น จามาร์คัส รัสเซลล์ ในฐานะผู้เล่นที่พร้อมทั้งฝีมือและจิตใจสำหรับการเป็นจอมทัพชั้นยอดในการเล่นอาชีพ ทำให้รัสเซลล์เลือกไม่เรียนต่อในชั้นปีที่ 4 และตัดสินใจเข้าร่วมการดราฟต์ของ NFL ประจำปี 2007 ในฐานะเต็งจ๋าที่จะถูกดราฟต์เป็นคนแรก

ซึ่งไม่มีอะไรพลิกโผ รัสเซลล์ถูกเลือกในฐานะดราฟต์อันดับ 1 โดยทีม โอคแลนด์ เรดเดอร์ส (ลาสเวกัส เรดเดอร์ส ในปัจจุบัน) และนี่คือจุดเริ่มต้นของผู้เล่นที่ถูกดราฟต์เป็นคนแรกและล้มเหลวมากที่สุดในประวัติศ่าสตร์ NFL ยุคใหม่

 

UFABETWIN

 

จุดเริ่มต้นของความพินาศ

หากย้อนไปในช่วงก่อนการดราฟต์จะเกิดขึ้น ไม่มีใครคิดว่ารัสเซลล์จะไม่ถูกดราฟต์ในอันดับที่ 1 ไม่มีว่าจะเป็นสื่อดังอย่าง ก็ให้นิยามรัสเซลล์ว่าเป็นผู้เล่นที่ควรค่ากับการเป็นดราฟต์อันดับ 1

รวมถึง เมล ไคเปอร์ นักวิเคราะห์ด้านการดราฟต์ชื่อดัง ถึงกับเทียบรัสเซลล์ กับ จอห์น เอลเวย์ อดีตควอเตอร์แบ็กระดับผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP และแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 2 สมัย ซึ่งเคยถูกดราฟต์ในฐานะอันดับที่ 1 เช่นกัน เมื่อปี 1983

 

อย่างไรก็ตามเสียงยกยอมากมายเริ่มทำให้รัสเซลล์หลงตัวเอง ก่อนที่การดราฟต์ปี 2007 จะเกิดขึ้น รัสเซลล์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่เคยมีช่วงเวลาที่ตัวเองเล่นอเมริกันฟุตบอลได้แย่เลย และตัวเขาเก่งกว่าคนอื่นอยู่เสมอ รวมถึงเคยตอบคำถามกับสื่อว่าตัวเขาไม่มีจุดอ่อน เป็นควอเตอร์แบ็กที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย

เมื่อรัสเซลล์ถูกดราฟต์เข้าสู่ลีก NFL ในฐานะอันดับที่ 1 ตามคาด เขาไม่ได้มองตัวเองในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ของลีกอาชีพ แต่เขามองตัวเองว่าเป็นควอเตอร์แบ็กระดับแถวหน้าของลีกต่อให้ไม่เคยเล่นแม้แต่เกมเดียวเลยก็ตาม เพราะเขาเชื่อในสิ่งที่เขาพูดไว้ นั่นคือเขาดีกว่าคนอื่นเสมอ

 

รัสเซลล์ต้องการค่าเหนื่อยจำนวนมากในการเซ็นสัญญากับทีมเรดเดอร์ส และเมื่อการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายยาวนานร่วม 5 เดือน จนสุดท้ายเรดเดอร์สยอมจ่ายเงิน 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็คือราว 2,300 ล้านบาท พร้อมกับสัญญา 6 ปีให้กับรัสเซลล์ โดยเป็นเงินการันตีให้กับทางรัสเซลล์ถึง 31.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้รัสเซลล์มาเล่นให้กับทีม

นั่นหมายความว่า จามาร์คัส รัสเซลล์ ทั้งที่ยังไม่เคยเล่นใน NFL แม้แต่เกมเดียวก็มีเงินระดับพันล้านอยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากคิดง่าย ๆ สำหรับคนหนุ่มที่ยังไม่ได้ทำงานจริงจังแต่มีเงินระดับพันล้านอยู่กับตัว เขาจะเริ่มสูญเสียแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นในการเล่นหาเลี้ยงชีพตัวเองไปมากเพียงใด

 

ทันทีที่ฤดูกาล 2007 เริ่มขึ้น มีเสียงร่ำลือถึงความขี้เกียจไม่ทุ่มเทในการฝึกซ้อมของรัสเซลล์ เพราะก่อนหน้าที่จะเจรจาสัญญารุกกี้กันได้ เจ้าตัวก็แผลงฤทธิ์ไม่ยอมเข้าแคมป์ฝึกซ้อมแล้ว แถมหนุ่มรายนี้ยังดูขาดแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนในการเล่น ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเขามีเงินก้อนโตอยู่ในบัญชี และอยากใช้เวลาไปกับการใช้เงินอย่างมีความสุขมากกว่าต้องมาขว้างลูกบอลในสนาม

สัญญาณความล้มเหลวของรัสเซลล์เริ่มต้นขึ้นในฤดูกาล 2007 เลน คิฟฟิน หัวหน้าโค้ชของเรดเดอร์สไม่เลือกจอมทัพจากการดราฟต์อันดับ 1 เป็นควอเตอร์แบ็กตัวจริงของทีม ด้วยการให้เหตุผลว่า จามาร์คัส รัสเซลล์ ไม่ได้ดีแบบที่หลายคนคิดไว้

 

สรุปแล้วในฤดูกาลแรกกับการรับบทบาทเป็นตัวสำรอง ลงสนาม 4 เกม และมีโอกาสเล่นเป็นตัวจริงแค่เกมเดียว รัสเซลล์ทำได้เพียง 2 ทัชดาวน์ พร้อมกับทำเทิร์นโอเวอร์หรือเสียบอลให้กับคู่แข่งถึง 6 ครั้ง พูดง่าย ๆ คือรัสเซลล์สร้างผลเสียมากกว่าผลดีให้กับทีมถึง 3 เท่า

 

อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2008 ด้วยดีกรีดราฟต์อันดับ 1 เรดเดอร์สตัดสินใจเลือก จามาร์คัส รัสเซลล์ ขึ้นเป็นควอเตอร์แบ็กตัวจริงของทีม เพราะมีจอมทัพมากมายที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาเคยเล่นแย่ในปีแรก ก่อนจะกลายเป็นควอเตอร์แบ็กที่เก่งกาจในปีที่ 2

แต่ไม่ใช่กับกรณีของรัสเซลล์ เพราะก่อนฤดูกาลจะเริ่มรัสเซลล์มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 20 กิโลกรัม สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ทุ่มเทกับการเล่นในฐานะนักกีฬาอาชีพ และไม่สนใจที่จะดูแลตัวเองแม้แต่นิดเดียว

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ารัสเซลล์ไม่เข้าร่วมประชุมทีมเป็นประจำ แถมปรากฎตัวมาทีไรก็ต้องมีชีสเบอร์เกอร์ก้อนโตอยู่ในมือ ซึ่งเป็นอาหารต้องห้ามของนักอเมริกันฟุตบอลโดยเฉพาะตำแหน่งควอเตอร์แบ็ก เปรียบเทียบกับ ทอม เบรดี้ ที่ในปี 2008 คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์มาแล้ว 3 ครั้ง แฮมเบอร์เกอร์คืออาหารที่เบรดี้ลาขาดมาจนถึงปัจจุบัน

ถ้ารัสเซลล์เดินตามรอยของเบรดี้เขาคงมีโอกาสทำผลงานได้ดีอยู่บ้าง แต่รัสเซลล์เลือกไปอีกทางและผลงานของเขาดิ่งลงเหวอีกครั้งด้วยการทำ 13 ทัชดาวน์จากการลงสนาม 15 เกม นี่คือผลงานที่ล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เหลืออะไรใกล้เคียงกับการเป็นยอดควอเตอร์แบ็กสมัยมหาวิทยาลัย เพราะจาก 15 เกมที่เล่น รัสเซลล์ชนะเพียง 5 เกมเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามด้วยดีกรีดราฟต์อันดับ 1 ที่ค้ำคอรัสเซลล์ ทำให้เรดเดอร์สขอเสี่ยงกับเขาอีกสักตั้ง เพราะส่วนใหญ่ผู้เล่นดราฟต์อันดับ 1 จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีดี อย่างน้อยก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นสักนิด ซึ่งทีมก็คิดผิดมหาศาล

ในฤดูกาล 2009 รัสเซลล์กับโอกาสลงเล่น 12 เกมให้เรดเดอร์ส ทำได้เพียง 3 ทัชดาวน์ และเสียบอลให้คู่แข่งรวมทั้งหมด 17 ครั้ง สร้างผลเสียมากกว่าผลดีให้กับทีมถึง 6 เท่า นอกจากนี้เขายังเป็นควอเตอร์แบ็กที่มีเปอร์เซ็นต์การขว้างบอลที่แม่นยำน้อยที่สุดในลีกอีกด้วย กับผลงานความแม่นยำเพียง 48.8 เปอร์เซ็นต์

ด้วยผลงานที่ย่ำแย่ ทำให้เรดเดอร์สต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับรัสเซลล์ และทีมก็เลือกสร้างปฏิบัติการที่เป็นตำนานของ NFL มาจนถึงทุกวันนี้

บทเรียนของคนรุ่นหลัง

 

UFABETWIN

 

ทีมโค้ชของเรดเดอร์สในตอนนั้นต่างรู้สึกว่า จามาร์คัส รัสเซลล์ ไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย จนทีมเริ่มส่งสัยว่าควอเตอร์แบ็กรายนี้เคยนั่งดูเทปการเล่นของตัวเองและทีมเพื่อพัฒนาการเล่นหรือไม่

 

เรดเดอร์สตัดสินใจส่งเทปเปล่า ๆ ให้กับรัสเซลล์เพื่อจะลองใจว่ารัสเซลล์ได้ดูเทปนั้นหรือไม่ ซึ่งในวันต่อมารัสเซลล์บอกกับทีมว่าเขาได้ดูเทปเรียบร้อยแล้ว และเขาคิดว่ามันดีมาก ๆ โดยที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องเทปเปล่าเลย

ทำให้เรดเดอร์สแน่ใจแล้วว่ารัสเซลล์คงไม่เคยดูเทปการเล่นของทีมเลย จนเป็นสาเหตุทำให้ทีมตัดสินใจไม่ยากในการตัดรัสเซลล์ออกจากทีม และทำให้อดีตดราฟต์อันดับ 1 ของ  กลายเป็นนักอเมริกันฟุตบอลตกงานภายในเวลาแค่ 3 ปี

ในตอนแรกหลังจากถูกเรดเดอร์สไล่ออก มีอย่างน้อย 5 ทีมใน  ที่สนใจจะมอบโอกาสที่สองให้กับรัสเซลล์ แต่สุดท้ายเขากลับไปถูกตำรวจจับด้วยข้อหาเสพยาเสพติดเพียงแค่ไม่ถึง 2 เดือนหลังจากแยกทางกับเรดเดอร์ส นี่เป็นการตอกย้ำว่าทัศนคติในการเป็นนักกีฬาของรัสเซลล์ไม่เคยดีขึ้น ทำให้สุดท้ายไม่มีทีมไหนให้โอกาสแก่รัสเซลล์ และเขาก็ไม่เคยได้กลับมาเล่นใน  อีกเลย

จามาร์คัส รัสเซลล์ จึงถูกเลือกให้เป็นผู้เล่นดราฟต์อันดับ 1 ที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ยุคใหม่ รวมถึงเป็นแบบอย่างของนักกีฬาที่มีพรสวรรค์แต่ถูกฆ่าเพราะไม่มีพรแสวงในการพัฒนาตัวเอง

ส่วนสาเหตุของรัสเซลล์กับความล้มเหลวในฐานะนักอเมริกันฟุตบอลสามารถมองได้หลายอย่าง แต่สำหรับคนใกล้ตัวที่สุดอย่างอดีตเอเยนต์ของ จามาร์คัส รัสเซลล์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ควอเตอร์แบ็กรายนี้ล้มเหลวคือสัญญาก้อนโตที่เขาได้รับจากเรดเดอร์ส ด้วยเงินระดับพันล้านทำให้รัสเซลล์หมดความกระหายในการเล่นอเมริกันฟุตบอลไปจนหมดสิ้น

 

ด้วยความล้มเหลวครั้งใหญ่ของรัสเซลล์ ทำให้ในฤดูกาล 2011 เป็นครั้งแรกที่ NFL บังคับให้ผู้เล่นหน้าใหม่ทุกคนที่ถูกดราฟต์เข้าสู่ลีกจะถูกบังคับเซ็นสัญญาอัตโนมัติเป็นระยะเวลา 4 ปีเท่านั้น (พร้อมออปชั่นอีก 1 ปี ซึ่งทีมมีสิทธิ์ว่าจะใช้เพื่อยืดอายุสัญญาเดิม, เจรจาสัญญาฉบับใหม่ หรือไม่ใช้เพื่อปล่อยตัวออกจากทีมก็ได้) ขณะที่รายได้ตอบแทนทาง NFL จะกำหนดเพดานค่าเหนื่อยเอาไว้ ซึ่งจะลดเพดานลงเรื่อย ๆ ตามลำดับดราฟต์ที่ต่ำลง

ยกตัวอย่างเช่น ดราฟต์อันดับ 1 ในปี 2011 อย่าง แคม นิวตัน ควอเตอร์แบ็กที่ถูกเลือกโดย แคโรไลนา แพนเธอร์ส ได้รับรายได้ 4 ปีเพียง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าตอนที่รัสเซลล์ได้เงินการันตีจากเรดเดอร์สด้วยซ้ำ เพราะ NFL ไม่ต้องการให้ผู้เล่นคนไหนได้รับเงินก้อนโตโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว

เรื่องราวของ จามาร์คัส รัสเซลล์ จึงได้เปลี่ยน NFL ไปตลอดกาล และบอกกับผู้เล่นรุ่นหลังว่าความสำเร็จใน NFL ไม่ได้มาด้วยพรสวรรค์อันเยี่ยมยอด แต่จะเกิดขึ้นได้หากมีความมุ่งมั่น พยายาม และทุ่มเทให้กับการเป็นนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพเท่านั้น

 

ขณะที่ตัวของรัสเซลล์ มีความพยามหลายครั้งในการกลับมาเล่นใน NFL เขาตั้งใจฝึกซ้อม ลดน้ำหนักของตัวเอง แต่มันก็สายเกินไป ไม่เคยมีทีมไหนให้โอกาสเขาอีก และเส้นทางของเขาก็ไม่เคยมาบรรจบกับ NFL ได้อีกเลย

อย่างไรก็ตามความล้มเหลวได้สอนให้รัสเซลล์รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขารัก รัสเซลล์กลับมาทำงานในฐานะโค้ชอเมริกันฟุตบอลระดับไฮสคูล และถึงแม้ว่าคนจะจดจำเขาในฐานะผู้เล่นที่ล้มเหลว แต่สำหรับรัสเซลล์ การที่เขาได้กลับมาทำงานกับกีฬาโปรดของเขา แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับชายคนนี้

UFABETWIN